ข้อมูลที่ต้องใช้ในการรับจดทะเบียนบริษัทหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 3. (วัตถุที่ประสงค์)

ข้อมูลที่ต้องใช้ในการรับจดทะเบียนบริษัทหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 3. (วัตถุที่ประสงค์) 1. วัตถุประสงค์ตามที่ประชุมมีมติพิเศษให้แก้ไข เอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 3. (วัตถุที่ประสงค์) 1. คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด (แบบ บอจ.1) 2. แบบคำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด 3. รายการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม และ/หรือ มติพิเศษ (แบบ บอจ.4) 4. แบบวัตถุที่ประสงค์ (แบบ ว.) จะต้องระบุวัตถุประสงค์ทั้งหมดที่มีมติพิเศษให้แก้ไขแล้ว *ดูหลักเกณฑ์การกำหนดวัตถุที่ประสงค์* 5. หนังสือบริคณห์สนธิแก้ไขเพิ่มเติม จำนวน 1 ฉบับ ผนึกอากรแสตมป์ 50 บาท 6. แบบ สสช. 1 จำนวน 1 ฉบับ 7. หลักฐานการให้ความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ใช้เฉพาะในการประกอบธุรกิจที่มีกฎหมายพิเศษควบคุม) 8. สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน *ดูหลักเกณฑ์เรื่องบัตรประจำตัว* 9. สำเนาหลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี) *ดูหลักเกณฑ์การลงลายมือชื่อผู้ขอจดทะเบียน* 10. หนังสือมอบอำนาจ (กรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนไม่สามารถยื่นขอจดทะเบียนได้ด้วยตนเอง ก็มอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนโดยทำหนังสือมอบอำนาจและผนึกอากรแสตมป์ด้วย) แบบพิมพ์จดทะเบียนสามารถขอและซื้อได้จากหน่วยงานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือ Download จาก www.dbd.go.th

Continue reading »

มาดูขั้นตอนการรับจดทะเบียนบริษัท

ขั้นตอนการรับจดทะเบียนบริษัท 1.เตรียมชื่อจดทะเบียน เตรียมชื่อจดทะเบียนสำหรับตั้งบริษัท ไว้ประมาณ 3 ชื่อ เพื่อยื่นขอตรวจสอบเพื่อไม่ให้ซ้ำกันกับห้าง บริษัท หรือนิติบุคคลอื่นๆ 2.จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ โดยมีผู้ก่อการลงลายมือชื่อ เมื่อชื่อที่ได้จองไว้แล้ว เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและตอบรับว่า ไม่คล้ายหรือซ้ำกับนิติบุคคลอื่น อนุมัติให้ใช้ชื่อที่จองได้ ผู้ริเริ่มก่อตั้งบริษัทหรือที่เรียกว่า “ผู้เริ่มก่อการ” ซึ่งจะต้องมีอย่างน้อย 3 คนขึ้นไป ต้องร่วมกันจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ ลงลายมือชื่อผู้ก่อการทุกคน 3.ประชุมจัดตั้งบริษัทจำกัด เมื่อผู้เริ่มก่อการจัดทำหนังสือบริคณห์เรียบร้อยแล้ว และได้มีการจองซื้อหุ้นทั้งหมดตามทุนจดทะเบียนครบตามจำนวน ให้ผู้ริเริ่มก่อการนัดผู้จองซื้อหุ้นทุกคนประชุมจัดตั้งบริษัทบริษัทฯ ในวันเดียวก็ได้ เช่น เช้า ทำหนังสือบริคณห์สนธิ บ่าย ประชุมตั้งบริษัท เป็นต้น การประชุม เพื่อทำความตกลงในเรื่องต่างๆ เช่น ตั้งข้อบังคับบริษัทให้สัตยาบันหรืออนุมัติค่าใช้จ่ายที่ผู้เริ่มก่อการได้ทำหรือออกไปแล้ว กำหนดจำนวนและสภาพของหุ้นบุริมสิทธิ์ (ถ้ามี) กำหนดจำนวนหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิที่จะออกทดแทนการลงทุนด้วยอย่างอื่นนอกจากเงิน เลือกแต่งตั้งกรรมการและกำหนดผู้ที่จะมีอำนาจกระทำการลงชื่อแทนบริษัท,แต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดเงินค่าจ้างต่างๆ เป็นต้น – จากนั้นผู้เริ่มก่อการมอบกิจการงานทั้งหมดให้คณะกรรมการบริษัท -คณะกรรมการต้องเรียกเก็บเงินค่าหุ้น โดยจะเรียกครั้งเดียวเต็มมูลค่าหรือเรียกเก็บครั้งแรกไม่น้อยกว่าหุ้นละ 25% ก็ได้ กรรมการบริษัทผู้ที่มีอำนาจจากการแต่งตั้งนำความนี้ไปจดทะเบียนจัดบริษัท หรือจะมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปกระทำแทนก็ได้ 4.ผลการจดทะเบียนเมื่อจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว ก็จะได้รับเอกสาร หนังสือสำคัญการจดทะเบียน หนังสือรับรอง หนังสือบริคณห์สนธิ และต้องมีหน้าที่ตามกฎหมายต่อไป

Continue reading »