ข้อดีของการทำ Interactive Content

1. Real User Data : ด้วยการทำ Interactive Content ทำให้นักการตลาดสามารถเก็บข้อมูลของผู้ใช้มาได้ด้วย ด้วยการที่มีเครื่องมือนี้สามารถมาวิเคราะห์ Perserna ของผู้ใช้ซึ่งสามารถทให้เราได้เหตุผลต่าง ๆ หรือข้อมูลต่าง ๆ ของผู้บริโภคที่สามารถทำให้เข้าใจได้ว่าผู้บริโภคเข้ามาที่เนื้อหานี้เพราะอะไร กดเล่นตรงไหน มีความสนใจอะไรบ้าง และมีความเห็นอย่างไร ซึ่งสามารถทำให้เข้าใจผู้บริโภคได้มากขึ้นนอกจากการใช้ข้อมูล demographc หรือ social listening ต่าง ๆ ออกมา 2, เพิ่ม Engagement rate : แน่นอนการทำ Interactive Content นั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือการที่ต้องมการกระทำต่าง ๆ กับ Cotnent นั้นออกมา สิ่งนี้เองทำให้เกิด Engagement ต่าง ๆ เกิดขึ้นเพิ่มได้อย่างมาก เพราะผู้เล่นจะใช้เวลาและใช้ปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหานั้นได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังสามารถส่งผลไปถึงการแชร์ต่อไปได้อย่างมากอีกด้วย เนื้อหาที่เป็น Interactive Content เหล่านี้สามารถเชื่อมกับผู้บริโภคได้ สามารถทำให้ผู้บริโภคติดแบรนด์ขึ้นมาแถมเพิ่มศักยภาพของ Conversion rate ได้ด้วย 3. Remarketing : ด้วยข้อมูลที่เก็บจาก Interactive Content นั้นสามารถเอาข้อมูลเหล่านี้มาสร้างการทำ Remarketing ต่อได้ด้วย เพราะข้อมูลที่เก็บมาในขั้นต้นสามารถเอาสมาร5สร้าง Persenalised Content ต่อไปให้กับคนที่เข้ามาเล่นเนื้อหานั้น ๆ จากความชอบหรือ interactive ที่ชอบได้ ทำให้แบรนด์สามารถสามารถสร้างความสนใจหรือครองความสนใจผู้บริโภคได้ง่ายมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ด้วยข้อดีต่าง ๆ นั้น การทำ Interactive Content สามารถเอามาประยุกต์ในการทำให้แบรนด์มีความน่าสนใจต่าง ๆ เข้าไปได้ หรือสามารถแสดงผลเนื้อหายาก ๆ ออกมาสู่การทำ…

Continue reading »

5 วิธีเอาตัวรอดสำหรับนักการตลาดในยุค AI

ไม่ว่าคุณจะชอบมันหรือไม่ อนาคตเป็นสิ่งที่เราเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว อย่าไปกลัวมันและเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเปลี่ยนแปลง หากเรารู้ 5 วิธีรับมือกับการมาของ AI นักการตลาดอย่างเราก็อยู่รอด 1. รู้จักการทำ Search Engine Optimization (SEO), Pay Per Click (PPC) และการซื้อขายโฆษณาโดยใช้ Programmatic AI จะทำให้นักการตลาดมีทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานร่วมกับ AI ในอนาคต 2. สามารถเข้าถึงคนที่อยู่ในระบบนิเวศน์ของการสื่อสารการตลาดของแบรนด์ในยุค AI ไม่ว่าจะเป็นพาร์ทเนอร์ด้านข้อมูล (Data Partner), ซัพพลายเออร์ทางฝั่งเอเจนซี่, และเทคโนโลยีทุกตัวที่ใช้ทำกิจกรรรมทางการตลาด นั่งจะทำให้นักการตลาดสร้างแบรนด์ให้ได้เปรียบในยุค AI 3. สินค้าทุกตัว (ย้ำว่าทุกตัว) ต้องมีข้อมูลกำกับเหมือนอยู่ในโลกของ SEO ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสมของอาหาร ไปจนถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบ การใส่ข้อมูลให้ละเอียดที่สุดจะทำให้ VPA มีข้อมูลตัดสินใจแทนตัวผู้บริโภคได้ (เพราะในอนาคตผู้บริโภคจะมี VPA) ฉะนั้นนักการตลาดต้องคิดอย่างหนักว่าข้อมูลอะไรที่ต้องติดสินค้าไว้และข้อเสนอแบบไหนที่เข้าท่าที่สุดสำหรับ VPA 4. ความเห็นของผู้บริโภคจะมีความสำคัญต่อนักการตลาดมากขึ้นหลายเท่า เพราะนั้นก็เป็นสิ่งที่ VPA ประจำตัวผู้บริโภคมองหาอยู่ ฉะนั้นการทำแบรนด์ให้แกร่งและเป็นบวกเป็นเรื่องที่สำคัญสุดๆ การทำสินค้าให้มีคุณภาพเนี๊ยบจะสำคัญยิ่งกว่ายุคไหนๆ 5. คนทำโฆษณาจึงต้องเอาข้อมูลของผู้บริโภคมาวิเคราะห์ดูให้ละเอียดก่อนทำโฆษณาตัวนั้น กลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายจะได้เห็นโฆษณาน้อยลงกว่าเดิมเยอะ แต่โฆษณาที่ผู้บริโภคเห็นจะเป็นโฆษณาที่ทำมาเฉพาะผู้บริโภคคนนั้นจริงๆ ในอนาคตการตั้งเป้าหมายกลุ่มผู้บริโภคสำหรับโฆษณาจะกลายเป็นความรับผิดชอบที่คนทำโฆษณาต้องซีเรียสกว่าเดิม ท้ายที่สุดไม่ว่าเราจะชอบการมาของ AI หรือไม่ แต่ด้วยความสามารถของมนุษย์ที่รู้จักปรับตัว เราต้องมีทักษะที่จะทำงานร่วมกับมันถึงจะอยู่รอดในที่สุด   แหล่งที่มา บรรยายของ Chris Stephenson หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และการวางแผนของบริษัทพีเฮชดีวันพฤหัสบดีที่ 15 มิถุนายน 2560 ณ โรงแรมเรเนสซองกรุงเทพ

Continue reading »

สื่อต้องนำผู้บริโภค ไม่ใช่ตามหลัง

ใครที่คิดว่าตัวเองไม่มีประสบการณ์ในการทำสื่อมาก่อนอาจเป็นโอกาสทองในการทำสื่อใหม่ก็ได้ ถึงแม้ว่าการทำแบรนด์ใหม่ที่ไม่มีคนติดตามเลย แต่แบรนด์ใหม่ ก็มีความสดอยู่ เราต้องเริ่มคิดหาโจทย์ใหม่ๆ โดยเอาพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้มาวิเคราะห์ แล้วผลิตคอนเทนต์ตอบโจทย์คนยุคนี้ไปเลย ซึ่งโลกออนไลน์ทำให้คนเสพคอนเทนต์มีสมาธิสั้นขึ้น อ่านคอนเทนต์เร็วขึ้น เพราะการทำสื่อออนไลน์ สื่อต้องเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาผู้อ่าน ต้องคิดว่าข่าวบน New Feed เปรียบเสมือนข่าวหน้าหนึ่ง รูปต้องสายสะดุดคนอ่าน พาดหัวข้อข่าวต้องคิดถึง SEO ส่วนข่าวต้องสร้างสรรค์ ใกล้ตัวคนอ่าน คัดข่าวที่สื่ออื่นไม่มี ชัดเจน คนทำข่าวแข่งกันในแง่ของการหาประเด็น ไม่ตามกระแสก็สวนกระแส เนื้อหาข่าวไม่ใช่ให้แค่ข้อมูลแค่ว่าใครทำอะไรที่ไหนเหมือนสื่อเดิม แต่ต้องขายเรื่องราวด้วย โดยเฉพาะการทำสื่อวีดีโอที่เจ้าของแพลตฟอร์มอย่าง Facebook กลายมาเป็นบรรณาธิการคอยคุมทิศทางการนำเสนอคอนเทนต์ วิธีทำสื่อก็ต้องเปลี่ยนด้วยเช่นกัน เพื่อสร้างฐานผู้อ่านให้มากขึ้น สื่อเดิมต้องเรียนรู้ที่จะทำสื่อใหม่ และหารายได้มากกว่าแค่ขายข่าว เช่นการจัดงานอีเวนท์ ส่วนสิ่งพิมพ์ยังมีอยู่เพื่อขายความน่าเชื่อถือ ความจับต้องได้ และความน่าสะสมแทน

Continue reading »

5 องค์ประกอบของคลิปโฆษณาบน Facebook ที่ขาดไม่ได้

1. โชว์เคส: โฆษณาที่ดีต้องยาว 30 วินาทีเท่านั้น และในเนื้อหาส่วนใหญ่ เราต้องโชว์ว่าสินค้าและบริการของเราคืออะไร? 2. บทสนทนา: บอกผ่านภาพหรือไปเลยว่าเราคือแบรนด์อะไร กำลังคุยเรื่องอะไร กับใคร 3. โลโก้แบรนด์: ให้คนสังเกตดเห็นแบรนด์ของเราในคลิปได้ง่ายๆ 4. เสียง: ลองปิดเสียงแล้วดูว่าคลิปของเรายังดูแล้วเข้าใจเหมือนตอนเปิดเสียงหรือไม่? 5. ข้อความ: ให้ข้อมูลในระดับที่พอดีกับระยะเวลาที่คนดูสนใจโฆษณาของเราด้วย แน่นอนว่าการทำคลิปวีดีโอโฆษณาก็ต้องมีเสียงประกอบให้ดูรู้เรื่องอยู่แล้ว แต่ลองคิดดูว่าถ้าคนปิดเสียงบนมือถือแล้วดูคลิปโฆษณาของเราแล้ว จะดูรู้เรื่องเหมือนเดิมหรือไม่? ฉะนั้นเนื้อหาคลิปโฆษณาที่ได้ผลที่สุด “ใน 10 วินาทีแรก” ต้องใช้รูปภาพ มีลิงค์ของแบรนด์ แคปชั่น และข้อความเข้าใจง่ายใส่เข้าไปให้ลงตัวด้วย เวลาทำคลิปโฆษณา ให้คิดถึงรูปภาพและตัวแบรนด์ด้วย ดูว่าองค์ประกอบทั้งหมดในโฆษณาจะทำงานร่วมกัน จะเสริมกันได้อย่าไรให้คอนเทนต์ที่ต้องการสื่อมีประสิทธิภาพมากที่สุด รู้จักทำโฆษณาให้สร้างสรรค์และหลากหลาย เพราะ Facebook จะช่วยประเมินให้เราเองว่าโฆษณาชิ้นไหนโดนใจกลุ่มเป้าหมายคนดูมากที่สุด สื่อสารแบรนด์ได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด แม้โฆษณาจะมีรายละเอียดต่างกันเพียงนิดเดียว ก็อาจให้ผลที่ต่างกันได้

Continue reading »

เปิด 4 แผนกลยุทธ์ธุรกิจ COL

ถ้าขายธุรกิจออนไลน์ ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมายังเป็นกลยุทธ์หลักของ COL คืนให้เซ็นทรัลไป แล้วจะเดินหน้าธุรกิจอย่างไรต่อไป นี่คือ 4 กลยุทธ์หลักของ COL ที่จะดำเนินต่อไปจากนี้ 1. พัฒนาตัวเองเป็นผู้ให้บริการ Logistics โดยพื้นฐานธุรกิจของ COL คือ ร้านหนังสือ B2S และ OfficeMate มีคลังสินค้าอยู่ และกำลังขยายคลังสินค้าใหม่เพิ่มเติม เพื่อให้บริการ Outsource เพื่อรองรับบริการ Logistics ที่ถือเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของการทำธุรกิจยุคดิจิทัล สิ่งที่พิเศษของบริการ Logistics ของ COL คือ มีการใช้ระบบ Robot ที่ทันสมัยที่สุดในอาเซียน ช่วยในการบริหารจัดการคลังสินค้า โดยพื้นที่จะเพิ่มเป็น 20,000 ตร.ม. จากเดิม 15,000 ตร.ม. ให้บริการครบวงจร ทั้งฝากสินค้า จัดส่ง และเก็บเงิน 2. พัฒนาระบบ franchise โดยจะสามารถขายของได้เหมือนกับ OfficeMate เพื่อให้สามารถขยายสาขาได้เร็วขึ้น โดยหากโมเดลนี้สำเร็จในไทย จะขยายไปทั่วเอเชีย ไอเดียคือ ลดขนาดร้าน OfficeMate ให้เล็กลง แต่ยอดขายต่อตารางเมตรไม่ลดลง 3. พัฒนา OfficeMate ให้เป็น B2B platform โดยจะขายทุกอย่างที่สำนักงานต่างๆ ต้องการ รวมถึงอุปกรณ์ช่างต่างๆ ด้วย เพราะมีลูกค้าโรงงานเป็นหมื่นแห่ง 4. พัฒนาตัวเองจาก Office Supply เป็น The Total Business Solution Provider ทำทุกอย่างที่ออฟฟิศสำนักงานทุกอย่างต้องการ สามารถ customize ได้ตามที่ลูกค้าต้องการ เช่น…

Continue reading »

หลักการในการเลือกใช้เซเลปมาร์เกตติ้ง

1.หากคุณกำลังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ สินค้าใหม่ต้องใช้ดาราคุ้นหน้าที่ทุกคนรู้จักมาเบิกทางให้มัน ดังนั้นมันจึงคุ้มค่าหากคุณเป็นแบรนด์เปิดตัวใหม่แล้วยอมลงทุนจ้างดารารุ่นเก๋าหรืออยู่ในวงการมานานมาโปรโมทแบรนด์ให้คุณ หลังจากแบรนด์ติดลมบนแล้วอาจใช้เซเลปชั้นรองลงมาเพื่อประหยัดต้นทุนตอนนั้นก็ได้ 2.ต้องการเปิดตลาดใหม่ ในทางกลับกัน ถึงคุณจะเป็นแบรนดที่ติดตลาดแล้วแต่ต้องการเจาะกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ เช่น วัยรุ่น คนทำงาน คนสูงวัย คุณก็ควรใช้เซเลปมาโปรโมทให้แบรนด์เช่นกัน แต่ครั้งนี้ต้องพิจารณาลักษณะของเซเลปให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายเพราะคนที่มีลักษณะใกล้เคียงกันทั้งอายุ เพศ สถานะทางสังคม จะสามารถสื่อสารถึงกันง่ายและได้ผล ทั้งนี้ ความน่าเชื่อถือของเซเลปที่สามารถส่งต่อให้แก่แบรนด์ได้แบ่งออกเป็นสามลักษณะ 1.ความเป็นมืออาชีพ เซเลปประเภทนี้คือมืออาชีพที่อยู่ในวงการต่างๆ เขาหรือเธอเชี่ยวชาญในศาสตร์ของตัวเองและน่านับถือในความเก่งกาจ เช่น เชฟดาวรุ่งนอกจากจะหน้าตาหล่อสวยแล้วยังต้องมีฝีมือการทำอาหารเก่งเป็นที่ยอมรับ หากนำมาโฆษณาขายมีดทำครัวก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม 2.ความน่าเชื่อถือ พูดง่ายๆ ว่าเซเลปกลุ่มนี้คือผู้นำความคิดของกลุ่มลูกค้าที่คุณต้องการเข้าถึง แม้เขาจะไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับน้ำมันเครื่อง หรือตั๋วเครื่องบินที่คุณกำลังขาย แต่พวกเขาเป็นผู้นำความคิดและเป็นกระบอกเสียงให้คุณได้ แต่พึงระวังว่าการจ้างเซเลปลักษณะนี้ต้องสืบประวัติของเซเลปพอสมควรว่าเมื่อก่อนเคยพูดหรือทำอะไรที่แย้งกับภาพลักษณ์เหล่านี้หรือไม่ 3.น่าดึงดูดใจ แน่นอนว่าสุดท้ายคนที่เป็นเซเลปได้ต้องมีคุณสมบัติบางอย่างที่น่าดึงดูดใจ ทำให้รักทำให้หลงได้ แต่ความน่าดึงดูดใจนั้นไม่ได้เกิดจากหน้าตาอย่างเดียว ยังเกิดจากประวัติการศึกษา ความสำเร็จในอดีต และภาพลักษณ์ต่อสาธารณชนทั่วไปอีกด้วย เมื่อคุณเลือกเซเลปสำเร็จแล้วก็อย่าลืมใส่ใจสัญญาและเงื่อนไขที่ต้องทำกับพวกเขา หากเป็นไปได้ สัญญาที่ทำต้องเป็นการเห็นชอบจากหลายฝ่ายทั้งจากเอเจนต์ ฝ่ายกฏหมาย ตัวแทนฝ่ายมาร์เกตติ้ง อย่าพยายามทำสัญญากับเซเลปเพียงฝ่ายเดียวเพราะจะเกิดปัญหาจนเป็นเรื่องฉาวโฉ่ฟ้องร้องกันภายหลัง

Continue reading »

Alibaba เจอคู่แข่ง หลัง Euronet เสนอราคาซื้อ MoneyGram แพงกว่า 15%

Brand Inside เคยนำเสนอข่าว Ant Financial บริษัทลูกของ Alibaba เสนอซื้อบริการโอนเงินข้ามประเทศ MoneyGram ด้วยราคา 880 ล้านดอลลาร์ ล่าสุด Ant Financial เจอคู่แข่งซะแล้ว เพราะ Euronet Worldwide ผู้ให้บริการระบบจ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์ (เอทีเอ็ม เครื่องคิดเงิน บัตรเครดิต) รายใหญ่อีกราย เข้ามาเสนอซื้อ MoneyGram แข่ง โดยให้ราคาประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ มากกว่าข้อเสนอของ Alibaba ถึง 15% นอกจากกระเป๋าหนัก ยอมจ่ายแพงกว่าแล้ว Euronet ยังบอกว่าถ้ามาควบรวมกัน Moneygram จะได้ประโยชน์มากกว่า เพราะ Euronet ก็มีธุรกิจโอนเงินข้ามประเทศที่ใช้ต่อยอดกันได้ เนื่องจาก Euronet อยู่ในธุรกิจนี้อยู่แล้ว แผนการควบรวมจึงทำได้ง่ายกว่า เร็วกว่า ชัดเจนกว่าการไปควบรวมกับ Ant Financial นอกจากนี้ Euronet เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์อเมริกันอยู่แล้ว (แต่บริษัทก่อตั้งในฮังการี) การควบรวมกับ MoneyGram จึงไม่ต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการด้านการลงทุนระหว่างประเทศของสหรัฐ ในขณะที่ Ant Financial เป็นบริษัทจีนที่มีโอกาสถูกตรวจสอบเข้มข้นกว่า ขั้นต่อไปคงต้องติดตามกันดูว่า ฝั่งของ Ant Financial จะมีข้อเสนอรอบใหม่ที่จูงใจกว่าเดิมหรือไม่ ที่มา – Euronet

Continue reading »

Video Content บนโซเชียลมีเดีย เพื่อการตลาดให้ประสบความสำเร็จ

ในการใส่ Video Content บนโซเชียลมีเดีย เพื่อการตลาดให้ประสบความสำเร็จ วิดีโอบนโซเชียล มีเดีย หรือเรียกง่ายๆ ว่า Social video ขณะนี้มีอยู่ทุกที่ เห็นได้ง่ายๆ จากที่ทุกครั้งที่คุณเช็คบน Facebook คุณจะพบว่าเพื่อนๆ ของคุณจะมีการ Live บ้าง หรือไม่ก็โพสต์วิดีโอต่างๆ บ้าง ไม่ว่าจะแพล็ตฟอร์มไหนก็ตาม ทั้ง Youtube หรือ Snapchat ก็จะมีวิดีโอปรากฏขึ้นเสมอ และทั้ง Facebook และ Snapchat ซึ่งทั้งสองแพล็ตฟอร์มนี้ก็บริการผู้ใช้มากกว่าพันล้านคน และมีผู้คนรับชมวิดีโอผ่าน 2 โซเชียลฯ นี้จำนวนมหาศาล ในขณะที่ Youtube เองก็มีรายงานว่ามีผู้ชมรับชมคอนเทนต์เป็นพันล้านชั่วโมงในทุก 1 วัน นอกจากนี้ ยังมีสถิติตัวเลขที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเติบโตของวิดีโออีก โดยพบว่า ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจะรับชมวิดีโอออนไลน์เพิ่มขึ้นอีก 80% ในปี 2020 และผลการศึกษาของ eMarketer ยังระบุว่าค่าเฉลี่ยการใช้จ่ายโฆษณาในรูปแบบวิดีโอของสหรัฐฯ ซึ่งใช้ทั้งโมบายและเดสก์ท็อปไปพร้อมกัน ในปี 2016 เกือบแตะมูลค่า 10,000 ล้านเหรียญฯ นอกจากนี้ ยังคาดการณ์กันว่าในปี 2019 การใช้จ่ายโฆษณาวิดีโอของสหรัฐฯ จะแตะอยู่ที่ 14,000 ล้านเหรียญฯ ซึ่งเกือบ 50% มาจากวิดีโอบนมือถือ

Continue reading »

ทำไมแบรนด์ยังสำคัญอยู่

“ทำไมแบรนด์ยังสำคัญอยู่” ว่า ปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญจนไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค ทำให้เป็นผู้ที่จะเลือกและตัดสินได้เองว่าเขาจะฟังแบรนด์หรือไม่ ซึ่งผลการศึกษานั้นค้นพบว่าในประเทศที่พัฒนาแล้วนั้นมีความเชื่อถือในแบรนด์ลดลง ในขณะที่คนไทยยังคงให้ความสำคัญกับแบรนด์อยู่มากทีเดียว อย่างไรก็ตาม แบรนด์จะยังมีความสำคัญอยู่หาก ทำตัวให้มีประโยชน์กับผู้บริโภค เช่นการให้ข้อมูล หรือเป็นแหล่งข้อมูลต่างๆ โดยอาจจะนำการตลาดเข้ามาช่วยแบรนด์ตรงจุดนี้ได้ และสุดท้ายแต่ว่าสำคัญมากนั่นคือ ใช้การกระทำมากกว่าการพูด คือทำให้ผู้บริโภคเห็นว่าแบรนด์ยังสำคัญต่อเขานั่นเอง นอกจากนี้ ในปัจจุบันเรากำลังเข้าสู่การสร้างแบรนด์ยุคใหม่ เป็นการตลาดที่ต้องลงมือปฏิบัติหรือที่เรียกว่า Action Branding นั่นคือ การสร้างแบรนด์จำเป็นต้องติดต่อสัมพันธ์กับคอนซูเมอร์อย่างใกล้ชิด โดยมี 3 ปัจจัยดังนี้ Purpose สร้างแบรนด์จะต้องมีวัตถุประสงค์ Utilities จะต้องมีความหมายต่อผู้บริโภค Content มีการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ดี โดยประกอบไปด้วยการสร้างคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ ฉลาด มีความเฉพาะตัว สร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้คนได้ และจะต้องใช้ได้จริงในทางปฏิบัติด้วย ทั้งหมดนี้จะสร้างให้แบรนด์ยังคงมีความสำคัญกับผู้บริโภคได้อยู่ ทั้งในตอนนี้และอนาคตข้างหน้า

Continue reading »

5 เทรนด์ที่ต้องจับตามองในแวดวงการตลาด

ในปี 2560 นั้นถือเป้นความท้าทายอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมสื่อ เนื่องจากเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นสามารถเข้าถึงตัวกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น ยิ่งส่งผลให้นักการตลาดไม่สามารถทำการตลาดแบบครอบคลุมหรือหว่านแหได้อย่างเด็ดขาด ในทางตรงกันข้ามนักการตลาดจำเป้นต้องคิดแผนการตลาดให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละบุคคลเป็นรายๆ ไป ซึ่งเทคโนโลยีสามรถช่วยให้นักการตลาดสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างดี สำหรับเทรนด์แรกที่นักการตลาดต้องจับตามอง คือ เรื่องของ Cross-Channel Targeting เพราะกลุ่มเป้าหมายมีเทคโนโลยีอยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นทีวี, สมาร์ทโฟน, โน้ตบุ๊ค เป็นต้น นักการตลาดจึงต้องเข้าใจถึงพฤติกรรมผู้บริโภคเพิ่อค้นหาช่องทางการสื่อสารมีศักยภาพสูงสุด และต้องครอบคลุมทั้งสื่อ Online, Offline และ In-Store โดยการใช้ข้อมูลทุกอย่างที่มีในการประมวลถึงพฤติกรรมแบบ Personalization และสามารถตอบสนองความต้องการหรือความคาดหวังของกลุ่มเป้าหมายแต่ละคน ส่วนเทรนด์ต่อมาเป็นที่ทราบกันดีว่า คอนเท้นต์ที่เป็นวิดีโอได้รับการตอบรับที่ดี แต่ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาทำให้วิดีโอไม่ใช่คอนเท้นต์ที่ได้รับการตอบรับดีที่สุด หากแต่เป็นคอนเท้นต์ในรูปแบบ Live VDO ซึ่งหลายแบรนด์ได้นำ Live VDO มาใช้ถ่ายทอดสดการเปิดตัวสินค้าใหม่ การสาธิตวิธีการใช้สินค้า งานอีเว้นท์และบริการของแบรนด์ ด้วยจุดเด่นในเรื่องของการสื่อสาร 2 ทางกับผู้บริโภค สามารถตอบข้อสงสัย สร้างความสัมพันธ์ หรือดูผลตอบรับของผู้บริโภคได้ในทันที นอกจากนี้ Live VDO ยังนิยมนำดาราหรือผู้มีชื่อเสียงมาเป็นตัวหลักเพื่อให้เกิดความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านี้ยังมีข้อมูลว่าผู้ชมในปัจจุบันนิยมเสพกระบวนการ เช่น ขั้นตอนการแต่งหน้า ขั้นตอนการทำอาหาร เป็นต้น Content Leads ยังคงเป็นเทนด์ 1 ใน 5 ที่นักการตลาดต้องรับรู้ เนื่องจากสื่อที่หลากหลายการสื่อสารให้ประสบความสำเร็จจึงอยู่ที่คอนเทนต์ที่น่าสนใจ ซึ่งแบรนด์จะต้องสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคโดยการสร้างสรรค์และพัฒนาคอนเทนต์ในรูปแบบ Tailor Made ให้เหมาะสมกับสื่อแต่ละรูปแบบ โดยมีแนวโน้มอย่างมากที่คอนเทนต์จากทีวีจะถูกนำเข้าสู่ระบบออนไลน์ เช่น การผลิตรายการเพื่อออกอากาศทาง LINE TV เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นต่างๆ เพื่อออกมารองรับคอนเท้นต์อย่างกีฬา หือการถ่ายทอดสดอย่าง Netflix เป็นต้น การเติบโตของธุรกิจ Online Shopping ช่วยให้การช้อปปิ้งออนไลน์กลายเป็น 1 เทรนด์ที่น่าจับตามอง ซึ่งการพัฒนาการของสมาร์ทโฟน, โครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารและความแพร่หลายของโซเชียลมีเดีย…

Continue reading »